Home » ข่าวสุขภาพ » สพฉ. เตือนผู้ป่วยโรคหัวใจ-หลอดเลือดสมอง พร้อมรับมืออากาศหนาว

ข่าวสุขภาพ – เตือนให้พร้อมรับมือกับอากาศหนาว ชี้ผู้ป่วยโรคหัวใจ-หลอดเลือดสมอง ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ (สพฉ.)

โรคหัวใจ-หลอดเลือดสมอง

 สพฉ. เตือนรับมืออากาศหนาว ชี้ผู้ป่วยโรคหัวใจ-หลอดเลือดสมอง ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เหตุอากาศหนาวส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูง พร้อมเตือนผู้ขับขี่ระวังอุบัติเหตุจราจร แนะเปิดไฟหน้ารถและไฟตัดหมอกเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ย้ำเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมืออากาศหนาวที่กำลังจะมาเยือนประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ในช่วงฤดูหนาวกลุ่มผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ คือ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต  เพราะอากาศที่หนาวเย็นจะส่งผลให้สมองและประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ รวมถึงทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติด้วย

นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายต้องการให้ร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ความดันโลหิตของผู้ป่วยฉุกเฉินดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม และดูแลสุขภาพตนเอง รักษาร่างกายให้อบอุ่น

สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในกลุ่มโรคดังกล่าวที่อาการของโรคกำเริบ เพราะอากาศหนาวเย็นในเบื้องต้นนั้น จะต้องรีบทำให้ร่างกายผู้ป่วยอบอุ่น

กรณีที่อยู่กลางแจ้ง ควรหาผ้าคลุมถึงหน้าและศีรษะ เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน จัดที่ให้ผู้ป่วยนอนนิ่ง ๆ ในท่านอนหงายบนพื้นที่อบอุ่นหรือมีผ้าหนา ๆ ปูรอง และหากผู้ป่วยรู้สึกตัวให้ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มอุ่น ๆ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะเป็นความเชื่อที่ผิด รวมทั้งจะเป็นการเร่งให้ร่างกายสูญเสียความร้อนมากขึ้นด้วย  

ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวจะต้องระมัดระวังวิธีช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย เช่น การผิงไฟแก้หนาว เพราะมีความเสี่ยงอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ ไฟลวก และขาดอากาศหายใจ เนื่องจากสำลักควันได้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ทั้งนี้หากเป็นหวัด ถ้าออกนอกบ้านให้สวมผ้าปิดปากป้องกันการติดเชื้อสู่คนรอบข้าง และหากร่างกายเปียกน้ำให้รีบเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อป้องกันภาวะปอดบวม

นพ.อนุชา กล่าวต่อว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงอีกประการคือการเกิดอุบัติเหตุจราจร เนื่องจากทัศนวิสัยที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นผู้ที่ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หากต้องขับรถผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาให้เปิดสัญญาณไฟหน้ารถและไฟตัดหมอก เพื่อให้มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนขึ้น ห้ามเปิดใช้สัญญาณไฟสูง เพราะแสงไฟจะสะท้อนเข้าตาผู้ขับขี่รายอื่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ที่สำคัญควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่แซง ไม่เปลี่ยนช่องทางหรือหยุดรถกะทันหัน และกรณีมีละอองฝ้าเกาะกระจกรถ ให้เปิดที่ปัดน้ำฝน พร้อมทั้งใช้ผ้าแห้งเช็ดกระจก ปรับลดอุณหภูมิในรถให้ต่ำกว่านอกรถ ลดระดับกระจกหน้าต่างลง จะช่วยไล่ละอองน้ำที่เกาะตามกระจากรถให้จางหายไปเร็วขึ้น

 อย่างไรก็ตามหากพบเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) 

แสดงความเห็น

comments