Home » แม่และเด็ก » เพิ่มพลังสมองพัฒนาการของเด็กด้วย แอลฟา-แล็คตัลบูมิน จับคู่ ดีเอชเอ ในช่วง1000 วันแรกที่สมองพัฒนาไวที่สุด

แอลฟา-แล็คตาบูมิน จับคู่ ดีเอชเอ เพิ่มพลังให้สมองของลูกน้อย ในช่วง 1000 วันแรก ที่สมองมีพัฒนาไวที่สุด!
 
          คุณพ่อคุณแม่ที่พิถีพิถันในการเลือกอาหารให้ลูกน้อย คงจะคุ้นหูกันดีกับคำว่า “แอลฟา-แล็คตาบูมิน” และ “ดีเอชเอ” เพราะมันคือสารอาหารจำเป็นที่ช่วยพัฒนาสมอง เพราะช่วยทั้งโครงสร้างและการทำงานของสมอง ทั้งนี้ ความฉลาดของลูกน้อยนั้น นอกจากจะอาศัยปัจจัยด้านพันธุกรรม และการเลี้ยงดูแล้ว โภชนาการที่ดี ก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกมีความเฉลียวฉลาดได้ไม่แพ้กัน ดังนั้นวันนี้เราจึงนำความรู้เกี่ยวกับสารอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังสมองลูกน้อยให้พัฒนาไว อย่าง แอลฟา-แล็คตาบูมิน และ ดีเอชเอ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และสามารถนำไปพัฒนาในการดูแลลูกน้อยได้อย่างครบถ้วนตามกระบวนการที่เหมาะสมค่ะ

 

พัฒนาการของเด็ก


สมองทำงานอย่างไร?


          สำหรับ “การทำงานของสมอง” เกิดจากการสื่อสารอย่างเป็นระบบ(คำสั่งของสมองสั่งการด้วยกระแสไฟฟ้า)  สมองมีนับล้านเซลล์ที่ต้องแลกเปลี่ยนส่งข้อมูลกันตลอดเวลา และการแปรผลจะเป็นกระบวนการเรียนรู้ สารสื่อประสาท เป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลของสมอง ทั้งนี้ จากการศึกษาโครงสร้างของร่างกายและสมองของเด็ก พบว่าจะพัฒนาเร็วที่สุดในช่วง 1,000 วันแรก ดังนั้น หากเสริมสร้างโภชนาการของลูกให้ดีในช่วงนี้ สมองจะเติบโตพร้อมสำหรับการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต (ว้าว… )

          แอลฟา-แล็คตัลบูมิน เป็นโปรตีนสำคัญที่พบในน้ำนมแม่ ที่ให้กรดอะมิโนจำเป็น เช่น ทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง สารสื่อประสาท ซึ่งช่วยในการทำงานของสมอง เพราะสารสื่อประสาทจะช่วยให้เซลล์ประสาทในสมองมีการส่งข้อมูลได้นั่นเอง  

          ส่วน ดีเอชเอ เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ จึงต้องรับประทานจากอาหารทะเล  เช่น ปลา สาหร่ายทะเล และไข่แดง เนื่องจากดีเอชเอมีความสำคัญต่อการพัฒนาเส้นใยประสาท เพราะเนื้อสมองของเด็กเป็นไขมันถึง 60 % ทั้งนี้ คุณไม่ต้องห่วงว่าถ้าลูกกินไขมันเยอะแล้วจะอ้วน เพราะดีเอชเอละลายได้ในไขมัน ถ้าให้รับประทานอย่างพอดีก็ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ

พัฒนาการของเด็ก


          เอาล่ะ !! หลังจากที่ได้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการที่ดีและการพัฒนาการขั้นสำคัญของลูกน้อยไปแล้ว วันนี้เรามี 7 เทคนิค เลี้ยงลูกให้ฉลาดและมีไหวพริบทันโลกที่รวดเร็ว มาฝากคุณพ่อคุณแม่ให้ได้นำไปปรับใช้ในการอบรมเลี้ยงดูลูกให้มีนิสัยน่ารัก อารมณ์ดี และเฉลียวฉลาดควบคู่กันไปอย่างสมบูรณ์แบบด้วยค่ะ

         1. ดูแลโภชนาการ ให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าเพียงพอ หลากหลาย และครบถ้วนอยู่เสมอ

         2. กระตุ้นสมองตั้งแต่ในครรภ์ ใครว่าต้องรอลูกออกมาลืมตาก่อนจะเลี้ยงดูให้เป็นเด็กฉลาดพ่อแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ด้วยการร้องเพลง อ่านหนังสือ (หรือพาไปเที่ยวก็ได้นะ)

         3. อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่เครียด ครอบครัวไม่เครียดลูกก็มีอารมณ์ที่แจ่มใสนั่นเองค่ะ

         4. นอนหลับอย่างเพียงพอ การนอนหลับเป็นการซ่อมแซมและเปิดโอกาสให้ระบบภายในร่างกายพัฒนาได้อย่างเต็มที่ อย่าไปกวนตอนลูกหลับนะคะ

         5. เสริมประสบการณ์ให้กับลูก คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและส่งเสริมความสามารถของลูกทั้งสิ่งที่เขาถนัดและไม่ถนัดให้เขาได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่จะเป็นความทรงจําของเขาเอง

         6. สนับสนุนลูก ในสิ่งที่ลูกชอบ ชมเขาและให้ลูกได้เลือกสิ่งที่เขาชอบเขาจะได้ทำมันได้อย่างเต็มความสามารถและมีกำลังใจแบบสุด ๆ ค่ะ

         7. ให้ความอบอุ่นและผูกพัน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก

          อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านพ้น 1,000 วันแรกไปแล้ว สมองของเด็กอาจจะไม่พัฒนาเร็วเท่าเดิม แต่สมองจะไม่มีวันหยุดเรียนรู้ ดังนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ ก็คือ ส่งเสริมให้ลูกเล่นหรือทำกิจกรรมที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกได้ฝึกคิด และใช้ทักษะด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วน รับรองว่าลูกน้อยของคุณจะเติบโตเป็นเด็กที่ฉลาดอย่างที่ใคร ๆ ก็อยากให้ลูกเป็นแน่นอนค่ะ

ที่มา – Kapook.com

แสดงความเห็น

comments